มารู้จักโดรนกันเถอะ


โดรน (Drone) หรือที่เรียกกันยาวๆว่า อากาศยานไร้คนขับ

Image result for โดรน

     ซึ่งในสมัยก่อนจะใช้โดรนในการสอดแนมพื้นที่แวดล้อมของข้าศึก หรืออาจจะโหดกว่านั้นก็ติดอาวุธเข้าไปถล่มศัตรูจากระยะไกลซะเลย ซึ่งก็มีข้อดีก็คือไม่ต้องใช้คนจริงเข้าไปในพื้นที่ซึ่งเสี่ยงอันตรายนั่นเอง
      ในปัจจุบันโดรนถูกใช้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ใช้โดรนถ่ายรูป/ถ่ายวิดีโอจากมุมสูง ใช้ในการเกษตร หรือแม้กระทั่งใช้การขนส่งสินค้าที่ทาง google และ amazon กำลังพัฒนาให้สามารถส่งสินค้าไปยังบ้านคนซื้อได้ภายในรัศมีทำการ
โดรนที่นิยมใช้กันในรูปแบบต่างๆนั้นก็คือ มัลติโรเตอร์ หรือ มัลติคอปเตอร์ ที่เรียกอย่างนี้เพราะเป็นโดรนแบบใบพัด แต่ละใบพัดก็มีมอเตอร์ของตัวเอง รูปร่างก็จะคล้ายๆเฮลิคอปเตอร์แต่จะอาศัยใบพัดเยอะกว่า ที่นิยมกันก็จะเป็นแบบ 4 ใบพัด และ 6 ใบพัด ซึ่งมัลติคอปเตอร์นั้นก็มีข้อดีตรงสามารถขึ้น ลง ในแนวตั้งได้ ซึ่งเจ้าตัวมัลติโรเตอร์นี่เองที่เป็นพระเอกที่คนนำไปดัดแปลงในรูปแบบต่างๆเพื่อนำไปใช้งานตามที่ตัวเองต้องการ 


วิดีโอการบังคับโดรน




ประโยชน์ของโดรน มีดังนี้

1.นำกล้องมาติดเพื่อถ่ายรูปจากมุมสูง
2.ใช้ในการขนส่งสินค้าอย่างที่ google และ amazon กำลังพัฒนา
3.ใช้โดรนฉีดปุ๋ย พ่นสารเคมี ในการเกษตร
4.ใช้โดรนตรวจสภาพจราจร เก็บข้อมูลภูมิศาสตร์
5.ใช้โดรนในการช่วงชีวิตผู้ประสบภัยในพื้นที่ๆผู้ช่วยชีวิตเข้าถึงยาก

กฎหมายโดรนในไทย

          ใครที่มีโดรน ( Drone ) หรืออากาศยานไร้คนขับ เครื่องที่สามารถบินไปในที่ต่างๆบังคับไม่ต่างจากเครื่องบินบังคับ และสามารถถ่ายรูปถ่ายวีดีโอที่ติดบนโดรน เพื่อถ่ายภาพมุมสวยๆได้ แต่ใช่ว่าซื้อเป็นเจ้าของโดรน ( Drone ) แล้วจะสามารถใช้งานได้ทุกที่ทันที เพราะในไทยก็มีกฎหมายโดรนด้วย เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ ดังนั้นมาดูกันกับกฎหมายโดรนในไทย ที่เจ้าของโดรนต้องรู้
          สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย CAAT ได้โพสต์ภาพ Infographic เกี่ยวกับ กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับโดรน Unmanned Aerial Vehicle (UAV) และ กฎการขึ้นทะเบียนโดรน Unmanned Aerial Vehicle (UAV) เพื่ออธิบายและเข้าใจง่ายขึ้น โดยรายละเอียดข้อกฎหมายการใช้โดรนในไทยมีดังนี้
          ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 ซึ่งลงประกาศตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อากาศยานในประกาศนี้แบ่งเป็นสองประเภทตามวัตถุประสงค์คือ

ประเภท 1 ใช้เพื่อการเล่นเป็นงานอดิเรก เพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการกีฬา
ประเภท 2 ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากตามประเภท 1 คือรายงานข่าว รายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ วิจัยและพัฒนาอากาศยาน หรือเพื่อการอื่น ๆ

ประเภทที่ 2 นั้นกำหนดขนาดไม่เกิน 25 กิโลกรัม ขณะที่ประเภทที่ 1 มีแบ่งย่อยตามขนาด ดังนี้

ประเภท 1.ก มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม กำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องมีอายุมากกว่า 18 ปี หรือมีผู้แทนโดยชอบธรรมควบคุมดูแล ซึ่งอากาศยานในข้อนี้ กระทรวงคมนาคมอนุญาตให้ทำการบินได้ โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

เงื่อนไข

(1) ก่อนทําการบิน
(ก) ตรวจสอบว่าอากาศยานอยู่ในสภาพที่สามารถทําการบินได้อย่างปลอดภัย ซึ่งรวมถึงตัวอากาศยานและระบบควบคุมอากาศยาน

(ข) ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ที่จะทําการบิน

(ค) ทําการศึกษาพื้นที่และชั้นของห้วงอากาศที่จะทําการบิน

(ง) มีแผนฉุกเฉิน รวมถึงแผนสําหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุ การรักษาพยาบาล และการแก้ปัญหากรณีไม่สามารถบังคับอากาศยานได้

(2) ระหว่างทําการบิน
(ก) ห้ามทําการบินในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และรบกวนความสงบสุขของบุคคลอื่น

(ข) ห้ามทําการบินเข้าไปในบริเวณเขตห้าม เขตจํากัด และเขตอันตรายตามที่ประกาศใน เอกสารแถลงข่าวการบินของประเทศไทย (Aeronautical Information Publication – Thailand หรือ AIP – Thailand) รวมทั้ง สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ โรงพยาบาล เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

(ค) แนวการบินขึ้นลงของอากาศยานจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง

(ง) ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องสามารถมองเห็นอากาศยานได้ตลอดเวลาที่ทําการบินและห้ามทําการบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้องบนอากาศยานหรืออุปกรณ์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง

(จ) ต้องทําการบินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ซึ่งสามารถมองเห็นอากาศยานได้อย่างชัดเจน

(ฉ) ห้ามทําการบินเข้าใกล้หรือเข้าไปในเมฆ

(ช) ห้ามทําการบินภายในระยะเก้ากิโลเมตร (ห้าไมล์ทะเล) จากสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ดําเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต

(ซ) ห้ามทําการบินโดยใช้ความสูงเกิน 90 เมตร ( 300 ฟุต) เหนือพื้นดิน

(ฌ) ห้ามทําการบินเหนือเมือง หมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมอยู่

(ญ) ห้ามบังคับอากาศยานเข้าใกล้อากาศยานซึ่งมีนักบิน

(ฎ) ห้ามทําการบินละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น

(ฏ) ห้ามทําการบินโดยก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความรําคาญ แก่ผู้อื่น

(ฐ) ห้ามส่งหรือพาวัตถุอันตรายตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรืออุปกรณ์ปล่อยแสงเลเซอร์ติดไปกับอากาศยาน

(ฑ) ห้ามทําการบินโดยมีระยะห่างในแนวราบกับบุคคล ยานพาหนะ สิ่งก่อสร้าง หรืออาคาร น้อยกว่า 30 เมตร (100 ฟุต)

ประเภท 1.ข มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม กำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่เป็นผู้มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยโดนโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายยาเสพติดหรือศุลกากร และต้องขึ้นทะเบียนต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เหมือนประเภท 1.ก และเพิ่มเติมอย่างการบำรุงรักษาอากาศยาน ความชำนาญในการบังคับอากาศยาน ความเข้าใจในกฎจราจรทางอากาศ ต้องมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้งานได้ติดตัว มีประกันภัยต่อบุคคลที่สาม วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้ง เพิ่มระยะห่างในข้อ (ฑ) เป็นไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร (หนึ่งร้อยห้าสิบฟุต) เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า

สำหรับอากาศยานประเภท 2 ก็ต้องขึ้นทะเบียนและปฏิบัติเงื่อนไขเช่นเดียวกับประเภท 1.ข กรณีที่ใช้เพื่อรายงานเหตุการณ์หรือรายงานจราจร (สื่อมวลชน) หรือวิจัยและพัฒนาอากาศยาน การขึ้นทะเบียนต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ตามนั้น ส่วนเพื่อใช้ถ่ายภาพหรือการอื่นจะขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลได้ โดยการขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องระบุรายชื่อผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานหรือบุคคลที่จำเป็นในการปฏิบัติการบินของอากาศยานด้วย

หากผู้ใดทำกระทำความผิดต่อกฎอย่างใดอย่างหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ หนังสือการขึ้นทะเบียนมีอายุ 2 ปีตั้งแต่วันที่ออกหนังสือ

สำหรับการขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือ โดรนนั้น
โดรนติดกล้องต้องลงทะเบียนทุกกรณี
โดรนที่หนักเกิน 2 กิโลกรัม ต้องลงทะเบียนทุกกรณี
โดรนที่น้ำหนักมากกว่า 25 กิโลกรัม ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ข้อมูลจาก ราชกิจจานุเบกษา , สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

จะหาโดรนมาเล่นทั้งที ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

1. ปริมาณใบพัด ปริมาณใบพัดนั้นคือสิ่งแรกๆที่เราต้องคำนึงถึง เนื่องจากในปัจจุบันนั้น โดรนที่มีขายทั่วไปตาท้องตลาดนั้นจะเป็นแบบ มัลติคอปเตอร์ หรือโดรนแบบหลายใบพัดนั่นเอง ซึ่งมีทั้งแบบ 2 ใบพัด 4 ใบพัด และ 6 ใบพัด ซึ่งแต่ละแบบก็มีการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกันไป อาทิ 2 ใบพัด จะเป็นโดรนที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาที่สุด มาเหมาะกับการบินสูงๆเพราะปลิวได้ง่าย ส่วน 4 ใบพัดเป็นแบบมาตรฐาน มีขนาดและน้ำหนักพอเหมาะ บินที่สูงได้ดีในระดับนึง แต่ถ้าเจอลมแรงๆอาจจะคงตัวลำบาก แต่เหมาะสำหรับถ่ายวิดีโอเนื่องจากสามารถเคลื่อนที่แนวเอียงได้ทำให้วิดีโออกมาดูสมูทมากกว่าแบบ 6 ใบพัดที่เคลื่อนที่ทื่อๆเกินไป แต่มีข้อดีตรงมั่นคง ไม่ค่อยถูกลมกระทำมากนัก เหมาะสำหรับบรรทุกสิ่งของ

2.ความสูงที่ทำได้ เนื่องจากโดรนแต่ละรุ่นนั้นทำความสูงในการบินได้ไม่เท่ากัน ด้วยน้ำหนักและความเร็วรอบใบพัดที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องมาดูว่าเราจะใช้โดรนในแบบไหน ถ้าใช้ในการถ่ายรูปตัวเอง หรือกลุ่มเพื่อนๆในมุมสูงแล้วละก็ใช้โดรนที่ทำความสูงได้ประมาณ 30-80 เมตรก็น่าจะพอ แต่ถ้าอยากถ่ายแบบสถานที่ที่กว้างขวาง หรือคอนเสิร์ต หรือถ่ายการจราจรเหมือนที่นักข่าวใช้กัน คงต้องใช้โดรนที่ทำความสูงได้ประมาณ 100 เมตรขึ้นไป

3.เวลาในการบิน สิ่งนี้ก็สำคัญนะครับในการถ่ายรูปต่อเนื่องหรือการทำวิดีโอ ถ้าโดรนเราบินได้นานก็จะทำให้การถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอนั้นต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกด้วยราคาที่สูงขึ้น (เพราะต้องใช้แบตเตอรี่ที่มีราคาสูงขึ้นและมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าธรรมดา) ซึ่งในปัจจุบันนั้นโดรนสามารถทำเวลาในการบินได้ประมาณ 7-15 นาทีแล้วแต่รุ่น อันนี้ก็แล้วแต่เราจะเลือก อาจจะเลือกที่บินได้น้อยกว่าเล็กน้อยแต่ราคาถูกกว่าเพื่อความเหมาะสม

4.กล้อง อันนี้ต้องเช็คกันสักหน่อยนะครับว่ากล้องที่ติดมากับโดรนนั้นมีความละเอียดเท่าไหร่ บางรุ่นนั้นราคาอาจจะถูกก็จริง แต่กล้องที่ติดมาด้วยนั้นความละเอียดต่ำมาก ทำให้ภาพออกมาไม่สวย ดังนั้นเพิ่มเงินซักเล็กน้อยเพื่อกล้องที่มีคุณภาพดีซักประมาณ 1-2 ล้านพิกเซลขึ้นไปก็น่าจะเหมาะสม หรือจะเอาเป็นรุ่นที่สามารถปรับแต่งได้ แล้วซื้อกล้องแยกมาติดอีกที ซึ่งกล้องพวกนี้จะมีดีตรงที่ความละเอียดจะสูงมาก บางตัวอาจถึง 16 ล้านพิกเซลได้เลย แต่ต้องคำนวณน้ำหนักในการจะให้โดรนเราแบกกล้องเพิ่มไปให้ดี ไม่งั้นอาจบินไม่ขึ้นก็เป็นได้

5.ฟังก์ชั่นต่างๆ ในปัจจุบันตลาดของโดรนนอกจากจะแข่งขันในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ระบบบังคับหรืออำนวยความสะดวกในการควบคุมโดรนก็เป็นสิ่งนึงที่ต้องคำนึงถึง อาทิ ระบบบินกลับตัว 360 องศา (เอาไว้โชว์ผาดโผน 55) ระบบถ่ายทอดสด สามารถเห็นภาพด้านบนได้ตลอดเวลาที่ทำการบิน สามารถบังคับผ่านมือถือได้ ระบบบินโดยใช้ GPS กำหนด ระบบกลับบ้านเองอัตโนมัติ ระบบรักษาความสูงอัตโนมัติ ฟังก์ชั่นบินอิสระ หรือแม้กระทั่งระบบต้านแรงลม เป็นต้น ยิ่งมีฟังก์ชั่นเยอะก็จะทำให้ขีดจำกัดในการบินและการบังคับสูงขึ้น แต่อย่าลืมอีกนะครับว่าราคาอาจจะสูงขึ้นด้วย ดังนั้นถ้ามีโดรนสองตัวราคาเท่ากันและสเปคไม่หลุดกันแล้ว ควรพิจาณาฟังก์ชั่นเสริมทีเราต้องการด้วยจะดีมาก ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการฝึกเล่นหรือทำงานกับโดรนนั่นเอง

6.การทำโดรนตก  โดรนเป็นของเล่นราคาแพง ควรหัดบังคับให้ชำนาญ เพราะตกมาทีนี่อุปกรณ์เสียหายได้ โดยเฉพาะกล้องราคาแพงๆที่ติดไปกับโดรน ตกทีนึงนี่หน้ามืดเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น